แทงบอลอิตาลีผ่านมือถือ

17/08/2018 Admin

แทงบอลอิตาลีผ่านมือถือ แทงบอลกับสุดยอดเว็บไซต์  หากเอ่ยถึงผู้เล่นระดับตำนานของอิตาลี เชื่อว่า โรแบร์โต บาจโจ ดาวเตะเจ้าของฉายา “เทพบุตรเปียทองคำ” น่าจะเป็นอีกหนึ่งรายชื่อที่แฟนบอลแทบทุกคนต้องนึกถึง เล่นบอล แทงบอล เล่นบอลออนไลน์ แทงบอลออนไลน์

แทงบอลอิตาลีผ่านมือถือ

ด้วยผมเปียที่เป็นเอกลักษณ์บวกกับฝีเท้าที่ยอดเยี่ยม รวมถึงเคยค้าแข้งกับทีมชั้นนำในอิตาลีมาแล้วมากมาย ทั้ง ฟิออเรนตินา, ยูเวนตุส, มิลาน หรือแม้กระทั่งอินเตอร์  จึงไม่แปลกที่เขาจะกลายเป็นขวัญใจแฟนบอลในประเทศมาจนถึงปัจจุบัน

 

แต่นอกจากทรงผมและฝีเท้าอันเก่งกาจของ บาจโจ แล้ว สิ่งหนึ่งที่ทุกคนน่าจะจำได้ดีเกี่ยวกับตัวเขา คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากจุดโทษแห่งความเจ็บปวดเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน

 

ย้อนกลับไปในปี 1994 ฟุตบอลโลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกา บาจโจและเหล่าขุนพลทีมชาติอิตาลียกพลข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อหวังแก้มือ หลังทำได้เพียงแค่อันดับ 3 ในฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วบนผืนแผ่นดินตัวเอง

 

แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด บวกกับปัญหาอาการบาดเจ็บในทีม ทำให้ทีมชาติอิตาลีทำผลงานได้ไม่ค่อยดีในรอบแรก แต่ยังก็ยังเอาตัวรอดผ่านเข้ารอบมาได้อย่างเฉียดฉิวด้วยการเป็น 1 ใน 4 ของทีมอันดับ 3 ที่มีผลงานดีที่สุด

 

ขุนพลอัซซูรีต้องโคจรมาพบกับไนจีเรีย ทีมอันตรายจากแอฟริกาในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และแค่เพียง 25 นาที เอมมานูเอล อามูเนเค ก็ยิงให้ไนจีเรียขึ้นนำไปก่อนอย่างรวดเร็ว แบบช็อคแฟนบอลอิตาลีทั้งประเทศ

 

เกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะของทีมอินทรีมรกต แต่บาจโจก็ไม่ยอมให้เป็นอย่างนั้น เมื่อมาซัดประตูตีเสมอให้ทีมก่อนหมดเวลาเพียง 2 นาที ก่อนที่เขาจะเป็นคนยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาให้ทีมผ่านเข้าก่อนรอบรองชนะเลิศไปได้

 

ความยอดเยี่ยมของบาจโจไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เมื่อเขากลายมาเป็นฮีโรของทีมอย่างเต็มตัว หลังซัดประตูชัยในนาทีที่ 88 ให้ขุนพลอัซซูรีเฉือนเอาชนะสเปนไปได้อย่างหืดจับในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ก่อนจะมาเหมาคนเดียว 2 ประตูในนัดพบกับบัลแกเรีย พาอิตาลีที่ร่อแร่ๆในทัวร์นาเมนต์ทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้อย่างเหลือเชื่อ

 

ด่านสุดท้ายของนักเตะจากแดนมักกะโรนี ถือว่างานหนักเอาการ เพราะต้องมาพบกับบราซิล เจ้าของแชมป์โลก 3 สมัย (ในขณะนั้น) ที่มีสองคู่หูอันตรายอย่าง โรมาริโอ และ เบเบโต เป็นผู้นำทัพ

 

ภายใต้อากาศอันร้อนระอุ ท่ามกลางกองเชียร์กว่า 90,000 คนในสนามโรสโบล์ว ทั้งอิตาลีและบราซิลต่างพยายามทำเกมกันอย่างระมัดระวัง ด้วยความที่กลัวจะพลาดพลั้งเลยทำอะไรกันไม่ได้กันทั้งคู่จนครบ 120 นาที ทำให้ต้องมาตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

 

ฟรังโก บาเรซี เป็นผู้เล่นลำดับแรกของอิตาลีที่ออกมายิง แต่ลูกอัดเต็มข้อของเขาก็ลอยข้ามคานไปไกล โชคยังดีที่ จานลูกา ปายูกา พุ่งเซฟลูกยิงของ มาร์ซิโอ ซานโตส ดาวเตะของบราซิลไว้ได้ ทำให้ทั้งคู่ยังเสมอกันอยู่  0-0

 

จากนั้น เดเมตริโอ อัลแบร์ตินี  ก็ซัดให้อิตาลีขึ้นนำในเกมนี้เป็นครั้งแรก แต่ โรมาริโอ ก็มาตีเสมอให้บราซิลได้เช่นกัน ก่อนที่ อัลแบร์ริโก อิวานนี และ บรังโก ของทั้งสองทีมจะสังหารเข้าไปไม่พลาดด้วยกันทั้งคู่

 

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในคนยิงลำดับที่ 4 เมื่อลูกยิงของ ดาเนียล มาสซาโร ถูก ทัพฟาเรล นายทวารของขุนพลแซมบ้าเซฟไว้ได้ แถม ดุงกา กัปตันของบราซิล ยังยิงเข้าไปอย่างไม่ยากเย็นให้ทีมจากอเมริกาใต้ขึ้นนำ 3-2

 

เหมือนโชคชะตาฟ้าลิขิต เมื่อผู้เล่นคนสุดท้ายของอิตาลีคือ”บาจโจ”ที่แบกภาระของทีมมาตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ คงไม่ใช่เรื่องพูดเกินจริงเลย หากจะบอกว่าเขาคือคนที่พาทีมเข้ามายืนอยู่ในจุดนี้

 

ดาวเตะหมายเลข 10 ของอิตาลี จำเป็นต้องยิงเข้าสถานเดียวเพื่อต่อลมหายใจของทีม เขาถอยไปไกลจนถึงบริเวณหัวกระโหลก ก่อนบรรจงวิ่งเข้ามายิงเหมือนทุกครั้ง แต่ไม่ว่าจะด้วยความกดดันที่หนักหน่วง หรืออาการบาดเจ็บที่รบกวนเจ้าตัวมาตั้งแต่ก่อนเกม คราวนี้บอลเจ้ากรรมดันลอยข้ามคานออกไป พร้อมกับความฝันที่หลุดลอยของแฟนบอลอัซซูรีทั้งประเทศ

 

กลายเป็นจุดโทษแห่งความเจ็บปวดที่หลายคนยังพูดถึงอยู่จนถึงทุกวันนี้

Tags : ,
Leave Comment
close(x)